ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป

GEL เป็นผู้ผลิตผนังคอนกรีตสำเร็จรูป ภายนอกอาคาร ( Facade ) และผนังรับน้ำหนัก ( Load Bearing Wall ) รวมทั้งเป็นผู้ผลิตระบบชิ้นส่วนอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กหล่อสำเร็จ ( Fully Precast ) ซึ่งทางบริษัทใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบ ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การผลิตด้วยเครื่องจักรอัตโนมัติในโรงงานที่ทันสมัย และการบริหารงานก่อสร้าง แบบ Just in time ซึ่งกระบวนการทั้งหมดนี้ใช้เทคโนโลยีจากประเทศเยอรมัน ภายใต้การควบคุมของวิศวกรผู้ชำนาญการ นอกจากนี้วัสดุฝัง (Insert) ก็ยังได้รับมาตรฐานการผลิตจากยุโรป ทำให้สินค้าที่ผลิตออกมามีคุณภาพ และมาตรฐานในระดับสากล
ในส่วนของรูปแบบของผิวก็สามารถทำได้หลายรูปแบบตั้งแต่ สี Texture ลายไม้ ลายหินต่างๆ ตามจินตนาการไม่รู้จบของสถาปนิก

ความได้เปรียบและคุณสมบัติเด่นระหว่าง ระบบผนังคอนกรีตสำเร็จรูป และระบบหล่อในที่ ( Conventional )

ระบบ PRECAST (สำเร็จรูป)
ระบบหล่อในที่ ( CONVENTIONAL SYSTEM )
1. คุณภาพ 1. คุณภาพ
  • ผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมการผลิตโดยระบบคอมพิวเตอร์ ตั้งแต่การออกแบบ ด้วยระบบ 3D
  • คุณภาพไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับฝีมือ ทักษะความเอาใจใส่ของช่างหน้างาน ตลอดจนขั้นตอนและวิธีการทำงานที่ไม่ถูกต้อง และไม่มีการควบคุมคุณภาพ
  • วัสดุที่ใช้ในการผลิตผ่านการตรวจสอบ และมีการควบคุมคุณภาพ จากวิศวกรผู้ชำนาญ
  • วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาจจัดเก็บไม่ถูกต้อง ทำให้งานไม่ได้คุณภาพ
2. การควบคุม 2. การควบคุม
  • มีประสิทธิภาพในการควบคุมการผลิตได้ดี เพราะผลิตจากเครื่องจักรที่ทันสมัย สามารถควบคุมการผลิตชิ้นงานให้มีคุณภาพสม่ำเสมอและง่ายต่อการตรวจสอบ
  • การทำงานและการควบคุมคุณภาพ ทำได้ไม่สม่ำเสมอ
3. การใช้แรงงาน 3. การใช้แรงงาน
  • ผลิตโดยช่างเฉพาะทาง ที่มีทักษะ มีประสบการณ์ และมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
  • ขึ้นอยู่กับความชำนาญ ของช่างแต่ละประเภท ซึ่งปัจจุบันช่างเหล่านี้หายาก และขาดแคลนสูง
4. ลดเวลาและลดต้นทุน 4. ลดเวลาและลดต้นทุน
  • ลดขั้นตอนการทำงานที่หน้างาน เพราะชิ้นงานทั้งหมดจะผลิตจากโรงงาน และส่งเข้าหน้างานเพื่อติดตั้ง ทำให้สามารถลดระยะเวลาและลดต้นทุนในการก่อสร้าง จากระยะเวลาก่อสร้างด้วยระบบเดิม
  • ต้องทำตามขั้นตอน เช่น ต้องรออายุคอนกรีต ของส่วนโครงสร้างให้มีอายุครบก่อน
  • ฤดูกาลมีผลกระทบน้อยมาก
  • ฤดูกาลมีผลกระทบมาก ทำให้งานล่าช้า
5. พื้นที่ใช้สอย 5. พื้นที่ใช้สอย
  • เพิ่มพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เนื่องจากลดเสาภายใน การก่อสร้างโดยใช้ผนังเป็นตัวรับน้ำหนัก
  • พื้นที่ใช้สอยเท่าเดิมและไม่สวยงาม เนื่องจากต้องมีเสาและคาน ในการใช้รับน้ำหนัก
6. ความแข็งแรงและคงทน 6. ความแข็งแรงและคงทน
  • ทุกชิ้นงานเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก จึงแข็งแรง ทนทาน และยังใช้เป็นโครงสร้างรับน้ำหนักงานของอาคารได้
  • มีความแข็งแรงและทนทานน้อยกว่า
7. การป้องกันความร้อน 7. การป้องกันความร้อน
  • สามารถต้านทานไฟไหม้ได้นานกว่า ผนังที่เป็นก่ออิฐฉาบปูน และสามารถป้องกันความร้อนจากภายนอกได้ดี
  • ระบบก่ออิฐฉาบปูน ทนไฟได้น้อยกว่าระบบผนังสำเร็จรูป และทำให้ระบบปรับอากาศทำงานหนัก
8. การต้านทานการซึมน้ำ 8. การต้านทานการซึมน้ำ
  • มีคุณสมบัติต้านทานการซึมน้ำสูง ทำให้สีผิวของชิ้นงานมีความคงทนสวยงามไม่เกิดเชื้อรา
  • ผนังก่ออิฐฉาบปูนจะมีโอกาสของการซึมน้ำเป็นเชื้อรา และการหลุดลอกของสีที่ทา
9. มลพิษจากการก่อสร้าง 9. มลพิษจากการก่อสร้าง
  • มีเศษวัสดุน้อยที่หน้างาน
  • มีฝุ่นและเลื่อยมากเฉพาะผงปูน ที่เกิดจากการผสมคอนกรีต
  • มีขยะมากจากไม้แบบ ที่ใช้เทคอนกรีต ,เศษเหล็ก ,เศษปูน
ชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูปของ GEL ช่วยอำนวยความสะดวกด้านติดตั้งและยังช่วยลดเวลาในการดำเนินการก่อสร้างและลดค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ เพราะสามารถช่วยขจัดปัญหาของกองเก็บหน้างานและสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปได้เลย

Production Procedure

กระบวนการออกแบบ (Computer 3D Shop Drawing)

  • จัดทำแบบ ( Shop Drawing ) โดยใช้ซอฟท์แวร์ทางวิศวกรรมในระบบ 3D ในการวิเคราะห์รูปแบบจัดทำแบบประกอบด้วย แบบแปลน (Plan), แบบรูปด้าน ( Elevation ) และรูปแบบตัด ( Section ) เพื่อขออนุมั้ตกับลูกค้าก่อนการผลิตทุกครั้ง
  • บริษัทฯ จะเริ่มการผลิต หลังจากลูกค้าอนุมัติ shop drawing ตามแผนการติดตั้งโดยให้สอดคล้องกับเป้าหมานของลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความมั่นใจในเรื่องลำดับการใช้งานที่สอดคล้องกับแผนการก่อสร้าง

กระบวนการผลิต ( Production Line )

Mould Assembling จัดเตรียมแบบหล่อตามรูปแบบ Shop Drawing ที่ผ่านการอนุมัติแล้ว ทุกมิติความยาว

ความกว้าง ความหนาพร้อมตรวจสอบตำแหน่งเพลท ตำแหน่งจุดยกตามระยะ ตลอดจนตำแหน่งของการวางท่อน้ำ

ท่อร้อยสายไฟตามแบบที่ระบุไว้

Cleaning and Oiling ทำความสะอาดแบบ และทาน้ำมันทาแบบ ทุกครั้งเพื่อไม่ให้มีคราบปูนเก่าหรือติดอยู่

Reinforcement จัดเตรียมตระแกรงเหล็กเสริม ที่มีการทอจากเครื่องจักรในระบบ Fully Automatic ทำให้ถูกต้อง ตามรูปแบบและการรับน้ำหนักจริง

Concrete Casting เทด้วยคอนกรีตผสมเสร็จที่มีกำลังอัดที่ 280-300 ksc จากนั้นเขย่าด้วย Vibrator และ Shaking โต๊ะหล่อ (Compacting) เพื่อให้เนื้อคอนกรีตมีความแข็งแรง และลดช่องว่างในเนื้อคอนกรีต

Mould Removal ก่อนการถอดแบบจะมีการบ่มคอนกรีต (Curing) เพื่อพัฒนากำลังอัดไม่น้อยกว่า 150 kg/m2 เพื่อให้พื้นผิวที่สวยงามไม่แตกลายงา และมีการยกชิ้นงาน (Demoulding) จากโต๊ะหล่อไปวัดเก็บ Stock โดย จะได้รับการควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ตามลำดับการใช้งาน ตรงกับตารางก่อสร้างของลูกค้า

กระบวนการขนส่ง ( Transportation )

มีการขนด้วยรถเทรลเลอร์ โดยจัดวางแผ่นด้วย Rack ที่มีวัสดุป้องกันแผ่นเสียหาย ขณะขนส่งและขนย้าย

กระบวนการติดตั้ง ( Installation )

ใช้ Tower Crane หรือ Mobile Crane ในการยกชิ้นงานขึ้นติดตั้งตามตำแหน่ง แล้วปรับระดับทั้งแนวดิ่ง และแนวราบ โดยใช้ Connector plate หรือ Sling Loop เป็นตัวยึดระหว่างชิ้นงาน เพื่อทำให้รอยต่อมีความมั่นคงแข็งแรง

การบริหารงานก่อสร้าง

การก่อสร้างเป็นการลงทุนที่ต้องใช้ทั้งเวลาและงบประมาณ จึงต้องมีวิศวกรที่ปรึกษาเพื่อแนะนำขั้นตอนการออกแบบ การคิดราคา การจัดจ้างผู้รับเหมา การควบคุมงานก่อสร้าง และการตรวจรับงานอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยให้เจ้าของโครงการได้รับผลงานตรงตามรูปแบบที่ต้องการอย่างมีมาตรฐาน ค่าใช้จ่ายอยู่ในงบประมาณที่กำหนด แล้วเสร็จทันตามแผนงานที่วางไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด