ระบบพื้นไร้คาน

GEL เป็นผู้บุกเบิกระบบพื้นไร้คาน นับตั้งแต่ พ.ศ. 2511 มีผลงานที่ปรากฏหลายล้านตารางเมตร เช่น อาคารจอดรถ ที่พักอาศัย สำนักงาน ห้างสรรพสินค้า และอาคารประเภทอื่น ๆ ที่มีความสูงตั้งแต่ 1 ชั้น จนถึง 60 ชั้น ซึ่งระบบพื้นไร้คานสามารถสร้างอาคารช่วงห่างของเสาที่ยาวและไม่มีคานระหว่างเสา ทำให้สามารถเพิ่มจำนวนชั้นได้มากขึ้น รวมถึงก่อสร้างได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ข้อดีของระบบพื้นไร้คาน

1. จัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้ง่ายและสวยงาม

  • สามารถจัดแบ่งพื้นที่ใช้งานได้อย่างอิสระ เนื่องจากไม่มีคานเป็นตัวกำหนดแนวของผนัง
  • สามารถปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยภายในอาคารได้ทุกโอกาส
  • ความสวยงามของงานระบบ เนื่องจากท้องพื้นเรียบไม่มีคานมากีดขวางแนวท่อหรืองานระบบต่าง ๆ
  • สามารถออกแบบอาคารที่มีระยะห่างระหว่างเสาห่างมากขึ้นได้ ทำให้ภายในอาคารดูกว้างขวางสวยงาม

2. ด้านโครงสร้าง

  • มีความหนาของพื้น Post-Tension ที่น้อยกว่าพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC Slab) ทำให้มีน้ำหนักโดยรวมที่น้อยกว่า จึงสามารถลดค่าก่อสร้างของงานฐานรากลงได้
  • ในการออกแบบได้คำนึงถึงความต้านทานไฟไหม้ของพื้น Post-Tension โดยเลือกจำนวนชั่วโมงที่จะทนทานไฟไหม้ ตามที่ Post Tensioning Institute (PTI) ได้แนะนำไว้
  • ความสูงโดยรวมของอาคารน้อยกว่าพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC Slab) ในกรณีที่อาคารมีจำนวนชั้นที่เท่ากัน จึงทำให้รับแรงลมและแรงแผ่นดินไหวน้อยกว่า

3. ลดต้นทุนและระยะเวลาในการก่อสร้าง

  • ความสูงระหว่างชั้นลดลง ทำให้สามารถสร้างอาคารจำนวนชั้นที่มากกว่าในความสูงที่เท่ากัน เมื่อเทียบกับพื้นคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC Slab)
  • ประหยัดพื้นที่ในการเก็บวัสดุ สามารถส่งเข้าหน่วยงานและยกขึ้นบนชั้นที่จะทำงานได้ทันที ไม่จำเป็นต้องจัดเก็บวัสดุ และสามารถก่อสร้างในพื้นที่จำกัดได้
  • จากความสูงระหว่างชั้นที่ลดลง ทำให้ทางขึ้นลงของพาหนะมีระยะที่สั้น (ความยาวและความชันของทางขึ้นลง แปรผันตามความสูงระหว่างชั้น) จึงสามารถจัดพื้นที่จอดรถได้มากขึ้น
  • ลดระยะเวลาก่อสร้างต่อชั้นโดยที่ระยะเวลาก่อสร้างพื้น Post-tension อยู่ที่ 7-10 วันต่อชั้น
GEL เป็นผู้บุกเบิกการผลิตระบบพื้นไร้คาน (Post-Tension) รายแรกในประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะนำระบบใหม่มาปรับปรุงวิธีการก่อสร้างของเราให้มีสัมฤทธิ์ผลและประสิทธิภาพมากยิ่งๆ ขึ้นไป

ข้อกำหนดสำหรับวัสดุงานพื้นคอนกรีตอัดแรงในที่

1. คอนกรีต (Concrete) ค่ากำลังอัดคอนกรีตทรงกระบอก ไม่น้อยกว่า 240 กก./ตร.ซม. ในขั้นตอนการอัดแรง และ ไม่น้อยกว่า 320 กก./ตร.ซม. ที่อายุ 28 วัน

2 ลวดอัดแรงกำลังสูง (PC Strand) เป็นชนิด Seven - Wire Stress – Relieved Uncoated Strand Grade 270k Low Relaxation ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 12.7 มม. (1/2นิ้ว) ตามมาตรฐาน ASTM A-416 และ มอก. 420-2540

3. ท่อร้อยลวดอัดแรง ( Bonded Tendon) ท่อร้อยลวด จะต้องแข็งแรงเพียงพอในการรับแรงสะเทือนขณะทำการเทและจี้คอนกรีต ในขั้นตอน Grouting ต้องใช้ Portland Cement Type I

4. สมอยึด (Anchorage) สมอยึดลวดอัดแรง จะต้องมีกำลังยึดลวดอัดแรงไม่น้อยกว่า 95% ของแรงดึงประลัยระบุของลวดอัดแรงกำลังสูง และต้องสามารถยึดลวดไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดอายุการใช้งานของโครงสร้าง

ขั้นตอนการทำงาน

ขั้นตอนที่ 1 : ติดตั้งแบบหล่อพื้นคอนกรีตอัดแรง

ขั้นตอนที่ 2 : วางเหล็กเสริมคอนกรีตล่าง

ขั้นตอนที่ 3: วางลวดอัดแรงกำลังสูง

ขั้นตอนที่ 4 : ติดตั้งสมอยึดลวดอัดแรง

ขั้นตอนที่ 5 : วางเหล็กเสริมคอนกรีตบน

ขั้นตอนที่ 6 : เทคนกรีตพื้น

ขั้นตอนที่ 7 : ดึงลวดอัดแรง

ขั้นตอนที่ 8 : ปิดเบ้าสมอหลังจากการอัดแรง

ขั้นตอนที่ 9 : อัดน้ำปูนในท่อร้อยลวด

pd2-3.jpg#asset:669:resizeimagewidth720