จำหน่ายเหล็กก่อสร้างและจำหน่ายคอนกรีตผสมเสร็จ

ผลิตภัณฑ์เหล็ก

เหล็กเส้น หรือเหล็กเสริม สำหรับงานคอนกรีตเสริมเหล็ก และงานก่ออิฐ ทั่วไป โดยใช้ในการเพิ่มความสามารถในการรับแรงกับโครงสร้าง โดยปกติจะแบ่งเหล็กเสริมเป็นสองประเภท คือ



เหล็กเส้นกลมผิวเรียบ SR24 ทางบริษัท จัดจำหน่ายเหล็กเส้นกลม ซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานอุตสาหกรรม โดยมีขนาดเส้นผ่าน ศูนย์กลางขนาด ต่างๆ RB6,RB9,RB12,RB15,RB19,RB25 และมีความยาว 10 เมตร



เหล็กข้ออ้อยเป็นเหล็กที่มีแรงยึดเกาะที่ผิวสูงเหมาะสำหรับงาน คอนกรีตเสริมเหล็กที่ต้องการความแข็งแรงสูงเช่น สะพาน, เขื่อน, งานก่อสร้างที่ต้องรับแรงอัดมากๆ ชั้นคุณภาพ SD 30, SD 40 และ SD 50 เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 12 - 32 มิลลิเมตร

เหล็กเกลียวข้ออ้อย

"ONE-Bar" เป็นเหล็กเกลียวข้ออ้อย ตามมาตรฐานอุตสาหกรรม เข้ากับข้อต่อ (Coupler) แล้วสามารถหมุนผ่านได้ตลอดทั้งเส้นโดย ไม่จำเป็นต้อง ทำเกลียวอีกสามารถใช้ในงานก่อสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ทุกประเภท มี 2 เกรด คือ SD40 และ SD50

ข้อดีของ ONE BAR

  1. ONE-Bar สามารถตัดแล้วต่อได้เลยทันที่โดยไม่ต้องทำเกลียวอีก
  2. ไม่เกิดเศษเหล็กจากการตัด และทำเกลียว
  3. ยังคงความแข็ง (Hardness) ที่ผิวของเหล็กเกลียวไว้ตลอดเวลา (เนื่องจากไม่ต้องทำเกลียว) จึงช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับจุดต่ออย่างถาวร ซึ่งการต่อในระบบอื่นไม่สามารถทำได้
  4. ไม่มีการรบกวนโครงสร้าง (Micro-structure) ของเหล็กเนื่องมาจากกระบวนการทำเกลียวจึงไม่สร้างจุดอ่อน (weak point) ให้กับเหล็กและจุดต่อ
  5. พื้นที่หน้าตัดของเหล็กคงที่ตลอดทั้งเส้น ทุกขนาด ทุกความยาว
  6. เหล็กเกลียว ONE-Bar สามารถเชื่อมได้ จึงนำมาต่อเชื่อม กับเหล็กโครงสร้างอื่นได้ตลอดเวลา
  7. เหล็กเกลียว ONE-Bar สามารถดัดได้ ทั้งก่อนและหลังการต่อ อีกทั้งยังสามารถถูกตัดในที่ได้อีกด้วย
  8. ลดเวลาในการก่อสร้าง เพราะสามารถตัดต่อเหล็กได้ทันทีตามแบบก่อสร้าง
  9. ลูกค้าสามารถลดต้นทุนในการก่อสร้างโดยรวม ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

CUT & BEND

ผลิตจากเครื่องจักรอันทันสมัย ได้งานที่มีคุณภาพตามมาตราฐานสากล ซึ่งควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยำสูง สามารถตัดและดัดเหล็กได้ตามขนาด ความยาว และองศาที่ถูกต้องงานออกแบบมีมาตราฐานตรงตามแบบที่ลูกค้าต้องการ

pd-cut-3.jpg#asset:136:resizeimagewidth4

Gel_cut_and_bend_with_normal_steel_bar.p

READY-MIXCONCRETE

คอนกรีตผสมเสร็จ หมายถึง คอนกรีตที่ถูกชั่ง ตวงตามสัดส่วนที่ออกแบบไว้ จากนั้นจะนำไปผสมที่หน่วยผลิต

คอนกรีตแบ่งออกเป็น 2 ส่วนดังนี้

  1. ส่วนที่เป็นตัวประสาน ได้แก่ ปูนซีเมนต์กับน้ำและน้ำยาผสมคอนกรีต
  2. ส่วนที่เป็นมวลรวม ได้แก่ ทราย หิน หรือ กรวด

ข้อดีของคอนกรีตผสมเสร็จ ( READY MIXED CONCRETE )

  1. วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตคอนกรีตมีคุณภาพตรงตามมาตรฐานงานก่อสร้าง
  2. การควบคุมสัดส่วนผสมของคอนกรีต ด้วยการชั่งน้ำหนักควรจะใช้มิเตอร์คุณภาพสูง สามารถทำให้ได้ ส่วนผสมคอนกรีตที่ถูกต้องแน่นอนและสม่ำเสมอ
  3. โรงงานคอนกรีตผสมเสร็จได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนากระบวนการผลิตทำให้สามารถผลิตคอนกรีตได้ ตั้งแต่30 -150 ลบ.ม./ชั่วโมง ซึ่งสามารถช่วยให้งานเทคอนกรีตดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว และลดจำนวน คนงานที่ใช้ในการผสมคอนกรีตและเทคอนกรีตลง
  4. แก้ปัญหางานก่อสร้างที่มีบริเวณงานก่อสร้างจำกัด ไม่สามารถวางหรือเก็บกองหิน ทราย ได้ หรือใน งานก่อสร้างที่จะต้องเปลี่ยนสถานที่ที่เทคอนกรีตตลอดเวลา เช่น งานถนน งานคลองส่งน้ำ เป็นต้น
  5. แก้ปัญหางานก่อสร้างที่ต้องการใช้คอนกรีตปริมาณครั้งละมาก ๆ หรืองานที่ต้องการ ใช้คอนกรีตเป็น ระยะเวลาห่าง ๆ กันซึ่งไม่คุ้มกับการลงทุนซื้อวัสดุผสมมาเก็บไว้ใช้งานเอง
  6. ในงานก่อสร้างที่อัตราเทคอนกรีตค่อนข้างช้าสามารถแก้ไขได้โดยการเติมน้ำยา ผสมคอนกรีตที่มี คุณลักษณะยืดระยะเวลาการก่อตัวของคอนกรีต
  7. คอนกรีตผสมเสร็จจะมีราคาแพงกว่า คอนกรีตผสมเองอยู่บ้างเล็กน้อย แต่สามารถทดแทนด้วยคุณภาพ ของคอนกรีตที่ดีและสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือประหยัดเวลาในการก่อสร้าง
  8. ผู้ผลิตมีหน้าที่ที่จะต้องรับรองคุณภาพของคอนกรีตผสมเสร็จด้วยการทดสอบภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด

ซึ่งทางบริษัทมีหลายแบรนด์ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้า